วิธีสร้างคอร์สออนไลน์ เริ่มต้นยังไง Step by Step จาก 0 จนขายได้

ในยุคดิจิทัลที่การเรียนรู้ไม่มีขีดจำกัด ผู้คนมากมายแสวงหาความรู้ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะเฉพาะทางหรือการเสริมสร้างความรู้ทั่วไป การสร้างคอร์สออนไลน์จึงกลายเป็นโอกาสทองที่ไม่เพียงแค่แบ่งปันความรู้ของคุณให้กับผู้อื่น แต่ยังสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย ด้วยความสามารถในการเข้าถึงผู้เรียนทั่วโลกและความยืดหยุ่นในการเรียนรู้ตามความสะดวกของผู้เรียนเอง บทความนี้จึงได้รวบรวม “ไกด์ไลน์แบบ Step-by -step” วิธีการสร้างคอร์สออนไลน์ ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การวางแผน การเตรียมเนื้อหา การตั้งราคา ไปจนถึงการตลาดและการจัดการหลังการขาย แต่ก่อนอื่นเรารู้ไหมว่าทำไม คอร์สออนไลน์ในปัจจุบันมันถึงกลายเป็นที่นิยมอย่างมากมายขนาดนี้?

ทำไมคอร์สออนไลน์ถึงได้รับความนิยม

คอร์สออนไลน์ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลหลักๆ ดังนี้

  • สะดวกและยืดหยุ่น : ผู้เรียนสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเรียน ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคดิจิทัลอย่างมาก
  • เข้าถึงผู้เชี่ยวชาญได้ง่าย : คอร์สเรียนออนไลน์เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานที่ เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตก็ไม่อาจปิดกั้นการเรียนรู้จากทั่วมุมโลกได้
  • เทคโนโลยี: การมีเทคโนโลยีที่ประยุกต์ใช้ในปัจจุบันช่วยให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพ น่าสนใจและสามารถเรียนรู้ได้ตามจังหวะของตัวเอง ก็คือผู้เรียนสามารถกำหนดเวลา ความช้า-เร็วได้เองอย่างอิสระ
  • ประหยัด: โดยรวมแล้ว ค่าใช้จ่ายสำหรับคอร์สออนไลน์มักจะมีราคาถูกกว่าการเรียนแบบดั้งเดิม อีกทั้งยังประหยัดในเรื่องเล็กๆ เช่น การเดินทาง เป็นต้น

ข้อดีและประโยชน์ของการมีคอร์สออนไลน์ของตัวเอง

  • แบ่งปันความรู้ : คอร์สออนไลน์ช่วยให้คุณแบ่งปันความรู้และทักษะเฉพาะทางของคุณกับผู้คนทั่วโลก เพิ่มความรู้และเสริมสร้างทักษะให้กับผู้อื่นจนเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ
  • สร้างรายได้ : คอร์สเรียนออนไลน์เป็นวิธีที่ดีในการสร้างรายได้เสริมที่ยั่งยืน เมื่อคอร์สของคุณได้รับความนิยม คุณสามารถได้รับรายได้จากการขายคอร์สอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องผลิตเนื้อหาสอนใหม่
  • สร้างความน่าเชื่อถือ : คอร์สออนไลน์ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความเชี่ยวชาญในสายอาชีพของคุณ ทำให้คุณเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้นในวงการอาชีพนั้น

ไกด์ไลน์ “step by step“ สร้างคอร์สออนไลน์ตั้งแต่เริ่ม

การสร้างคอร์สออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณมีแนวทางที่ชัดเจนและบทความนี้อาสาจะเป็นไกด์ไลน์ในการสร้างคอร์สออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่เริ่มต้นจนไปถึงโปรโมทขายคอร์ส สำหรับมือใหม่ที่อยากสร้างคอร์สออนไลน์เก็บแนวทางนี้ไปประยุกต์ใช้ตามได้เลย

ค้นพบไอเดียคอร์สที่ใช่

  • Step แรกของการสร้างคอร์สเรียนออนไลน์คือการรู้ว่าเราจะสอนอะไร? พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ เลือกหัวข้อที่เหมาะสมกับตัวเราและน่าสนใจสำหรับผู้เรียนด้วย
  • ลิสต์ทักษะและความรู้ของเราที่มีความเชี่ยวชาญแบบพิเศษ ซึ่งในที่นี้คือสามารถเจาะลึกเนื้อหาได้อย่างถูกต้อง และรวบรวมข้อมูลความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เราตั้งไว้ เช่น
  • ตัวเรามีทักษะและสกิลในการออกแบบ UX/UI
  • สำรวจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เราตั้งไว้คือ กลุ่มคนอายุ 25-35 ปี อาชีพเกี่ยวกับออกแบบ ทุกเพศ
  • แนวโน้มความต้องการในการเรียนคอร์สออนไลน์ UX/UI มีมากน้อยแค่ไหนในกลุ่มเป้าหมาย
  • ซึ่งการค้นหาข้อมูลความต้องการของกลุ่มเป้าหมายสามารถทำได้หลายวิธีดังนี้
  • Google Trends เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถดูแนวโน้มการค้นหาและความสนใจของผู้คนในหัวข้อต่างๆ
  • สำรวจกลุ่มเป้าหมายบนแพลตฟอร์มสื่อสังคม เช่น Facebook, Instagram, Twitter, LinkedIn โดยดูจากโพสต์, คอมเมนต์, กลุ่มสนทนา และแฮชแท็กที่เกี่ยวข้อง
  • ดูคอร์สที่ได้รับความนิยมสูงสุดบนแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ต่างๆ อย่าง Udemy, Coursera, Skillshare
  • เข้าชมเว็บไซต์ที่มีกระทู้การสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เรากำลังจะสอน ว่ามีคนให้ความสนใจมาก-น้อยแค่ไหน หรือเราจะสร้างโพสต์สอบถามเองก็ได้
  • สิ่งสำคัญที่สุดคือการกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ที่ชัดเจนของคอร์สเรา
  • ผู้เรียนจะรู้อะไรเพิ่มเติมหลังจากจบคอร์สของเรา
  • ผู้เรียนจะทำหรือมีทักษะอะไรเพิ่มเติมหลังจบคอร์สของเรา
  • ผู้เรียนจะเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาตนเองยังไง หลังจากจบคอร์สของเรา
ค้นพบไอเดียคอร์สที่ใช่

ตัวอย่างการเลือกสร้างคอร์สเรียนที่ตรงความต้องการของผู้เรียนและผู้สอน

เตรียมผลิตเนื้อหาให้น่าสนใจ

  • Step ต่อมาจะเป็นในส่วนของการผลิตเนื้อหาที่จะสอน ในส่วนนี้ผู้สอนจะต้อง”ปล่อยของ” หรือถ่ายทอดทักษะหรือความรู้ที่เราตั้งใจจะสอนให้เต็มที่
  • โดยก่อนจะเริ่มต้นผลิตเนื้อหาอาจจะต้องมีการเขียนสคริปต์ร่างเค้าโครงเนื้อหาให้ชัดเจนว่า หลักสูตรจะมีกี่ตอน และมีเนื้อหาอะไรบ้าง เรียงลำดับอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น
  • คอร์สสอนภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสนทนา อาจจะแบ่งเนื้อหาได้เป็น 3 พาร์ท
  • 1 พาร์ทในส่วนของคำศัพท์เบื้องต้นในชีวิตประจำวัน บทสนทนาง่ายๆ
  • 2 พาร์ทของการ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเชิงลึกขึ้นมาหน่อย
  • 3 โปรเจคต์งานที่สนใจซึ่งใช้ภาษาญี่ปุ่นในการนำเสนอ
  • สร้างสื่อการสอนที่จะนำไปประยุกต์ใช้เพื่ออธิบายเนื้อหาให้ผู้เรียนเข้าใจและเห็นภาพได้ง่ายขึ้น สื่อการสอนที่คอร์สออนไลน์นิยม อย่างเช่น…
  • วิดีโอ : ดึงดูดความสนใจของผู้เรียนได้สูง นำเสนอเนื้อหาได้อย่างมีชีวิตชีวาและอธิบายขั้นตอนที่ซับซ้อนได้ง่าย สร้างการมีส่วนร่วมกับผู้เรียน
  • สไลด์ : ใช้เพื่อสรุปประเด็นสำคัญ นำเสนอข้อมูลได้อย่างชัดเจน ช่วยให้ผู้เรียนจดจำเนื้อหาได้ง่าย ออกแบบได้ง่าย
  • ไฟล์เอกสารประกอบ : เช่น PDF ช่วยให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม และผู้เรียนสามารถกลับมาดูได้ภายหลัง สามารถพิมพ์หรือดาวน์โหลดเก็บไว้ได้
  • การประชุมออนไลน์ : สร้างการมีส่วนร่วมแบบเรียลไทม์ ตอบคำถาม อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในระหว่างคลาส
  • การผลิตเนื้อหาสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือการถ่ายทำวิดีโอที่ตัวเราถ่ายทอดเนื้อหา ซึ่งก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยเรื่องอุปกรณ์ถ่ายทำด้วย
  • กล้อง : กล้องเป็นหัวใจสำคัญในการถ่ายทำ ควรเลือกกล้องที่มีความละเอียดสูง บันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียด 1080p หรือ 4K รองรับการซูม และปรับโฟกัสอัตโนมัติได้
  • ไมโครโฟน : ไมโครโฟนจะช่วยให้เสียงมีความชัดเจน ควรเลือกไมโครโฟนแบบ USB หรือไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ เพื่อคุณภาพเสียงที่ดี
  • ขาตั้งกล้อง : ขาตั้งกล้องจะช่วยให้กล้องนิ่ง ภาพไม่สั่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายวิดีโอหรือไลฟ์สด
  • ไฟ : แสงสว่างที่เหมาะสมจะช่วยให้ภาพดูคมชัด สวยงาม ควรเลือกไฟ LED หรือไฟวงแหวนเพื่อปรับแสงสว่างได้ตามต้องการ
  • คอมพิวเตอร์: คอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับตัดต่อวิดีโอ ควรมีสเปคที่เพียงพอ ทำงานได้ลื่นไหล รองรับโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
  • เมื่อกี้ปิดท้ายด้วยโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ เรามาดูกันดีกว่าว่าควรเลือกซอฟต์แวร์อะไรบ้างที่สำคัญต่อการสร้างคอร์สเรียนออนไลน์
  • Camtasia : ข้อดีคือใช้งานง่าย เหมาะสำหรับการบันทึกหน้าจอ ตัดต่อวิดีโอพื้นฐาน
  • Lightworks : ฟรี ใช้งานง่าย ตัดต่อวิดีโอได้หลากหลายรูปแบบ
  • Adobe Premiere Pro : มาตรฐานคุณภาพทั่วโลกสามารถตัดต่อวิดีโอได้หลากหลายสไตล์มืออาชีพ
  • Final Cut Pro : เหมาะสำหรับผู้ใช้ Mac ใช้งานง่าย มีฟีเจอร์ครบครัน
  • DaVinci Resolve : ฟรี ฟีเจอร์ครบครัน รองรับการตัดต่อวิดีโอ แต่งภาพและตัดต่อเสียงในโปรแกรมเดียว
  • หากเป็นไปได้เราควรจะสร้าง “เอกลักษณ์” ให้กับคอร์สเรียนของเราด้วย เช่น สไตล์การพูดของผู้สอน เพื่อให้เกิดการจดจำจนกลายเป็นเหมือนแบรนด์ประจำตัวของเรา
เตรียมผลิตเนื้อหาให้น่าสนใจ

แนวทางการผลิตเนื้อหาสำหรับคอร์สออนไลน์

การตั้งราคาให้สมดุล

  • Step ในการตั้งราคา กลยุทธือันดับต้นๆ ที่ควรทำก็คือการสืบหาข้อมูลราคาคอร์สเรียนที่เนื้อหาจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับเราว่า คอร์สเรียนเหล่านั้นมีราคาเรทอยู่ที่เท่าไหร่เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงในการตั้งราคาคอร์สของเรา
  • การค้นคว้าราคาคอร์สเรียนที่คล้ายกันบนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Udemy, SkillLane, Skillshare เพื่อที่จะดูแนวโน้มราคาที่ผู้เรียนยอมที่จะจ่าย
  • ส่วนการตั้งราคาที่ดึงดูดลูกค้าต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย เช่น
  • ต้นทุนการผลิตคอร์ส – ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอร์ส เช่น ค่าอุปกรณ์ ค่าซอฟต์แวร์ ค่าจ้างวิทยากร ค่าโฆษณา ระยะเวลาของคอร์ส ฯลฯ
  • มูลค่าที่ผู้เรียนจะได้รับ – พิจารณาคุณค่าที่ผู้เรียนจะได้รับจากคอร์ส เนื้อหาที่สอน ประโยชน์ที่ได้ ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
  • เรทราคาที่ยอมรับ – ศึกษาความสามารถในการจ่ายของกลุ่มเป้าหมาย ความยินดีจ่ายเท่าไหร่สำหรับคอร์สเรียนประเภทต่างๆ
  • การแข่งขันในตลาด – เปรียบเทียบราคาคอร์สเรียนที่คล้ายคลึงกัน กลยุทธ์การตั้งราคาของคู่แข่ง จุดเด่น จุดด้อย
  • ซึ่งความสมดุลในการตั้งราคาเป็นสิ่งสำคัญหากราคาสูงเกินไปอาจทำให้ลูกค้าไม่สนใจ แต่ถ้าราคาที่ต่ำเกินไปก็อาจทำให้คอร์สดูไม่มีคุณภาพ
  • กลยุทธ์ในการตั้งราคาคอร์สเรียนให้น่าดึงดูด
  • ตั้งราคาตามคุณค่าที่ผู้เรียนจะได้รับ เนื้อหาที่สอน ประโยชน์ที่ได้ รวมถึงโปรไฟล์ของผู้สอน
  • ตั้งราคาในรูปแบบการแบ่งคอร์สเรียนเป็นระดับ ราคาจะแตกต่างกันตามเนื้อหาและระยะเวลา
  • ตั้งราคาใกล้เคียงกับคู่แข่งอาจจะต่ำกว่าเล็กน้อยเพื่อดึงดูดลูกค้า กรณีที่คอร์สเรียนประเภทนี้มีการแข่งขันสูง
  • ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการกำหนดราคาของคอร์สเรียนก็คือต้องพิจารณาว่า “ราคา” ของคอร์สนั้นสะท้อนถึง “คุณค่า” ที่ผู้เรียนจะได้รับหรือไม่
  • การที่ผู้เรียนได้ทักษะใหม่ๆ หลังจากเรียนคอร์สของเรา
  • การที่ผู้เรียนได้ความรู้เพื่อต่อยอดทางการงานหรือธุรกิจได้
  • การปรับปรุงหรือพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ
  • สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคุณค่าที่เกิดจากการเรียนกับคอร์สออนไลน์ของเราที่จะเป็นตัวกำหนดราคาได้อย่างสมดุล
การตั้งราคาให้สมดุล

ปัจจัยในการตั้งราคาคอร์สเรียนออนไลน์

ทำการตลาดเปิดตัวให้ปัง

  • เมื่อเรามีเนื้อหาและกำหนดราคาเรียบร้อยแล้ว Step ต่อมาก็คือต้องเริ่มทำการตลาดโปรโมทคอร์สของเรา โดยทั้งนี้หมายถึงการเลือกแพลตฟอร์มที่เราจะเอาหลักสูตรของเราไปเผยแพร่ด้วย
  • การเลือกแพลตฟอร์มในการเผยแพร่คอร์สเรียนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • เว็บไซต์ของตัวเอง: ช่องทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมคอร์สเรียนแบบ 100% เพราะคุณสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ให้ตรงกับความต้องการของคุณได้ทั้งหมดและไม่มีการแบ่งรายได้กับแพลตฟอร์มอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การสร้างเว็บไซต์เองอาจต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการตลาดและบำรุงรักษาจำนวนไม่น้อย
  • แพลตฟอร์มคอร์สออนไลน์: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้เรียนที่มีอยู่แล้วและใช้ระบบที่พร้อมใช้งาน เช่น ระบบการชำระเงินและการจัดการผู้เรียน แต่คุณอาจต้องแบ่งรายได้กับแพลตฟอร์มและมีข้อจำกัดในการปรับแต่งคอร์ส
  • หากใครชั่งน้ำหนักแล้วเลือกสร้างเว็บไซต์เอง การออกแบบหน้าเพจที่น่าสนใจและดึงดูดใจเป็นเหมือนด่านแรกที่ลูกค้าต้องเห็น หน้าเพจก็ควรจะประกอบด้วย
  • หัวข้อ: ชื่อคอร์สที่ชัดเจนและน่าสนใจ
  • คำอธิบาย: อธิบายเนื้อหาของคอร์สและประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับ
  • รูปภาพ: ภาพที่เกี่ยวข้องกับคอร์สเรียนและดึงดูดความสนใจ
  • วิดีโอตัวอย่าง: วิดีโอแนะนำคอร์สที่สั้นและกระชับ เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจเนื้อหาและสไตล์การสอน
  • ส่วนใครที่เลือกแล้วว่าจะลงขายกับแพลตฟอร์มสำเร็จรูป นี่ก็คือเคล็ดลับในการใช้แพลตฟอร์มคอร์สเรียนออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพ
  • เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมทั้งเนื้อหาของคอร์ส กลุ่มเป้าหมาย ฟีเจอร์การใช้งาน
  • สร้างเนื้อหาตามเงื่อนไขที่แพลตฟอร์มกำหนดเพื่อให้คอร์สไม่โดนแก้ไขบ่อยๆ
  • ใช้ระบบของแพลตฟอร์มในการอัปโหลดวิดีโอ สไลด์ เอกสาร และแบบฝึกหัด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาทั้งหมดถูกต้องและไม่มีปัญหาด้านเทคนิค
  • ซึ่งในปัจจุบันมีแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์มากมาย แต่ละแพลตฟอร์มมีจุดเด่นและเหมาะกับผู้เรียนที่แตกต่างกัน ดังนี้
  • SkillLane : คอร์สหลากหลายครอบคลุมหลายสายอาชีพที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญ มีระบบวัดผลและประเมินผลการเรียน อีกทั้งยังมีออกใบรับรองเมื่อจบหลักสูตร
  • Fastwork : เน้นคอร์สสอนทักษะเฉพาะทางสอนโดยฟรีแลนซ์มืออาชีพ ราคาคอร์สค่อนข้างถูก แถมยังหลากหลายประเภท
  • FutureSkill : เน้นคอร์สทักษะดิจิทัล เทคโนโลยีใหม่ๆ และการตลาดออนไลน์ เน้นการเรียนแบบเน้นปฏิบัติ มี Certificate of Completion เมื่อจบหลักสูตรให้ด้วย
  • Udemy : มีคอร์สออนไลน์หลากหลายประเภท ครอบคลุมหลายหัวข้อ คอร์สมีราคาค่อนข้างถูก มีโปรโมชั่นและส่วนลดบ่อยครั้ง
  • โซเชียลมีเดียเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการโปรโมทคอร์สเรียนของเรา ไม่ว่าจะเป็น
  • Facebook – โปรโมทได้หลายรูปแบบคอนเทนต์ทั้ง รูปภาพ วิดีโอ โพสต์ข้อความหรือแปะลิงค์คอร์สเรียนได้เลย
  • Instagram – เน้นโปรโมทคอนเทนต์แบบรูปภาพและวิดีโอ
  • TikTok – เน้นโปรโมทคอร์สเรียนแบบวิดีโอสั้นๆ กระชับ เข้าใจง่ายในเวลาอันสั้น
  • LinkedIn – โปรโมทคอร์สโดยการสร้างบทความและสร้างโปรไฟล์ให้น่าสนใจ
  • โซเชียลมีเดียแต่ละแพลตฟอร์มก็จะมีอินฟลูเอนเซอร์ประจำแพลตฟอร์มนั้นๆ การร่วมงานกับอินฟลูฯ เหล่านั้นเป็นไอเดียที่น่าสนใจไม่น้อยในการโปรโมทคอร์สเรียนให้เข้าถึงผู้ติดตามจำนวนมากของอินฟลูฯ
  • การทำ SEO (Search Engine Optimization) เป็นวิธีการที่ช่วยให้เว็บไซต์หรือคอร์สของคุณปรากฏในผลการค้นหาของ Google และ Search Engine อื่นๆ
  • เทคนิคในการทำให้เว็บไซต์เพิ่มโอกาสให้คนเห็นมากขึ้นก็คือ ใช้คำหลักที่เกี่ยวข้องกับคอร์สของคุณในหัวข้อ คำอธิบาย และเนื้อหาของเว็บไซต์
ทำการตลาดเปิดตัวให้ปัง

ความแตกต่างของช่องทาง เว็บไซต์ส่วนตัว vs แพลตฟอร์มสำเร็จรูป

อัพเดทคอร์สเพื่อเพิ่มมูลค่า

  • Step สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดเพราะขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนของการพัฒนาต่อยอดคอร์สเรียนออนไลน์ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าของคอร์สเรียน
  • การเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆ ในคอร์สเป็นวิธีที่ดีในการรักษาความสนใจของผู้เรียนและเพิ่มมูลค่าให้กับคอร์สที่ง่ายที่สุด
  • พยายามอัปเดตเนื้อหาที่ทันสมัยและเกี่ยวข้องกับแนวโน้มใหม่ๆ ของสังคมในเนื้อหาของคอร์สเรียน
  • การเพิ่มมูลค่าคอร์สเรียนอีกทางหนึ่งคือการสร้างคอร์สต่อเนื่องหรือโปรแกรมเสริมจากคอร์สเดิม ทำให้คอร์สมีลำดับขั้นในการเรียนเพื่อต่อยอดความรู้ เช่น
  • การเสนอคอร์สขั้นสูงหรือคอร์สที่เจาะลึกในหัวข้อเฉพาะ เพื่อเพิ่มทักษะในระดับที่เหนือกว่า
  • ตัวอย่างเช่น level 1 คอร์สภาษาอังกฤษพื้นฐาน
  • Level 2 คอร์สภาษาอังกฤษระดับกลางสำหรับติดต่อสื่อสารหน่วยงานระดับประเทศ
  • Level 3 คอร์สภาษาอังกฤษขั้นสูง สำหรับทำวิจัยและวิทยานิพนธ์
  • การสร้าง Community สำหรับผู้เรียนเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างการมีส่วนร่วมและขยายฐานลูกค้า
  • Facebook Groups หรือ Discord มักเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมในการสร้างสังคมออนไลน์ของผู้เรียนในการใช้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้ใหม่ๆ รวมถึงตัวผู้สอนด้วย
  • การมีชุมชนระหว่างผู้สอนและผู้เรียนจะช่วยเพิ่มความรู้สึกของความเป็นส่วนหนึ่งของคอร์สเรียนและเพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เรียน กิจกรรมที่ผู้สอนมักใช้สำหรับสร้าง Online Community ได้แก่
  • ถามคำถาม และแบ่งปันประสบการณ์
  • การสัมมนาออนไลน์ (webinars)
  • การสนทนาสด
  • การให้คำปรึกษาเป็นกลุ่ม
  • ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือ เช่น คอร์สเรียนเทรด Forex เมื่อจบหลักสูตรแล้วผู้สอนจะสร้างกลุ่มโซเชียลเพื่อร่วมกันวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดเพื่อหาโอกาศในการเทรดร่วมกัน เป็นต้น

สรุป

ก็จบกันไปกับ 5 Step ที่เริ่มต้นตั้งแต่ไม่มีอะไรดำเนินมาจนถึงการขายอัพเดทคอร์สเพื่อเพิ่มมูลค่า การสร้างคอร์สออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จนั้นต้องการ “ความมุ่งมั่น” “ความทุ่มเท” และ “การเรียนรู้” อย่างต่อเนื่อง สูตรลับที่นำเสนอในบทความนี้เป็นเพียงแนวทางคร่าวๆ เท่านั้น ในชีวิตเราต้องปรับใช้ให้เหมาะสมกับ “บริบท” “เป้าหมาย” และ “กลุ่มเป้าหมาย” ของเรา แต่สิ่งสำคัญคืออย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูก เรียนรู้จากประสบการณ์ พัฒนาตัวเองและพัฒนาคอร์อย่างสม่ำเสมอ เชื่อว่าคอร์สออนไลน์ของเราจะไม่ใช่แค่เป็นรายได้เสริมของเราเท่านั้นแต่จะเป็นการถ่ายทอดความรู้สู่สังคมเพื่อข้ามไปอีกระดับได้อย่างแน่นอน